บทที่ 1 บทที่ 1 เปิดตัวตระกูลจ้าว

สตรีเปรียบเสมือนหยก หากอยู่ในมือบุรุษที่รักใคร่นางจากใจจริง ย่อมงดงามมีคุณค่าอย่างประเมินราคาไม่ได้ แต่หากต้องตกไปอยู่ในมือบุรุษที่ไร้ใจ คุณค่าย่อมลดต่ำลงไม่ต่างกับเครื่องประดับราคาถูกที่รอวันถูกโยนทิ้งอย่างไม่ไยดี 

"หึ!!! บุรุษสูงส่งนักหรือไรกัน!!!" 

'จ้าวไป๋ลู่' ยื่นมือสวยปิดหน้าหนังสือลงอย่างไม่ใคร่จะอารมณ์ดีเท่าใดนัก ก่อนจะเงยหน้าไปมองที่ด้านนอกหน้าต่าง ยามนี้หิมะกำลังตกโปรยปรายลงมาไม่ขาดสาย นางยกถ้วยชาที่เย็นชืดขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง ก่อนจะนำหนังสือเล่มนั้นกลับไปวางบนชั้นดังเดิม 

"คุณหนูเจ้าคะ ฮูหยินเรียกให้ท่านไปพบเจ้าค่ะ" 

"ข้ารู้แล้ว จะรีบไปเดี๋ยวนี้" 

จ้าวไป๋ลู่เอ่ยด้วยน้ำเสียงที่ไม่รีบไม่ร้อน ก่อนจะเดินตรงไปที่เรือนใหญ่ทันที ไม่นานนักนางก็ได้ยินเสียงหัวเราะขบขันด้วยความสนุกสนานดังมาจากด้านในเรือนใหญ่ 

"ท่านพ่อ พี่ใหญ่" 

"ไป๋ไป๋มาแล้ว" 

จ้าวไป๋ลู่หันไปมอง จ้าวเยียน ผู้เป็นบิดาก่อนจะส่งยิ้มให้เขาคราหนึ่ง แล้วจึงทิ้งตัวลงนั่งที่ข้างกายจ้าวเฉียนผู้เป็นพี่ชาย นางยื่นมือไปหยิบขนมเปี๊ยะกุหลาบที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาเคี้ยวจนแก้มตุ้ย  

ปีนี้นางอายุสิบห้าปีแล้ว เพิ่งเข้าพิธีปักปิ่นเมื่อไม่นานมานี้ เดิมทีนางมิได้เป็นเจ้าของร่างนี้มาแต่แรก นางเป็นสตรีที่มาจากโลกอนาคต เป็นนักเรียนสาขาวิชาการทำอาหาร ที่กำลังจะมีอนาคตได้เป็นเชฟชื่อดัง แต่ทว่าโชคชะตากลับเล่นตลก นางสำลักไก่ตุ๋น ทำให้กระดูกไก่ทิ่มลำคอ และเสียชีวิตในทันที 

อนาถสิ้นดี มีผู้ใดเขาตายเช่นนี้กันบ้างนะ!!! 

ด้วยเหตุนี้นางจึงย้อนเวลามาเกิดใหม่ในร่างของจ้าวไป๋ลู่ สตรีที่มีชื่อเดียวกับนาง แต่ทว่าใบหน้ากลับงดงามกว่านางมากนัก แม้จะเสียใจที่ตนเองต้องตายจากโลกเดิมมาอยู่สถานที่โบราณเช่นนี้ แต่สิ่งที่ชโลมใจของนางได้ก็คือ ใบหน้าของเจ้าของร่างนี้ 

ข้าสวย!!! วะฮ่าฮ่า 

ครอบครัวตระกูลจ้าวเป็นเศรษฐีใหม่ที่เพิ่งย้ายเข้ามาในเมืองหลวงได้ไม่นาน จ้าวเยียนบิดาของนางเป็นหัวหน้าองครักษ์ แม้ตำแหน่งจะไม่สูงมากนักแต่ก็มีความสุขดี ยามนี้เมืองหลวงต้าฉินไร้ซึ่งสงคราม ราษฎรอยู่อย่างผาสุก ท่านพ่อของนางจึงมีเวลาอยู่ที่จวนมากกว่าแต่ก่อน 

ท่านแม่ของนางมีนามว่า หลิวอิ๋ง เป็นเพียงบุตรสาวจากตระกูลชาวสวน ท่านตาท่านยายมีอาชีพทำไร่ทำนา ท่านปู่ท่านย่าของนางนั้นมีกิจการร้านอาหารขนาดเล็กอยู่ในเมืองหลวง แต่เพราะท่านพ่อได้เข้ารับราชการเป็นหัวหน้าองครักษ์ ตระกูลจ้าวจึงเชิดหน้าชูตาได้ไม่น้อย 

จ้าวเฉียนพี่ชายของนาง ก็เป็นทหารรับใช้ในวังหลวง ครอบครัวของนางมีความสุขเป็นอย่างยิ่ง นางเองก็พึงพอใจที่มีครอบครัวอบอุ่นแบบนี้เช่นกัน 

เพราะแต่เดิมตอนที่มีชีวิตอยู่ในโลกอนาคต นางเองก็เป็นเพียงเด็กกำพร้าไร้ที่พึ่งเพียงเท่านั้น 

การได้มาพบเจอครอบครัวที่แสนสุขเช่นนี้ ก็นับว่าไม่เลว

"ท่านพ่อ ท่านแม่เล่าเจ้าคะ" 

"ทำอาหารอยู่ในครัวโน่น ป่านนี้คงใกล้เสร็จแล้วกระมัง" 

"อ้อ" 

"นี่ไป๋ไป๋ พ่อได้ยินว่าเมื่อสองสามวันก่อนเจ้าคิดค้นสูตรน้ำแกงเลิศรสได้มิใช่หรือ" 

เมื่อได้ยินบิดาเอ่ยเช่นนั้น จ้าวไป๋ลู่จึงละสายตาจากขนมตรงหน้า ก่อนจะเงยหน้าไปมองพวกเขา คนทั้งสามสบตากันก่อนจะส่งเสียงหัวเราะออกมา 

"วะฮ่า ๆ ๆ ๆ" 

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ฮิ้ว" 

"ฮ่า ๆ ๆ ๆ ฮรี่ ๆ"

เพราะความสนิทสนมและไม่ถือกฎระเบียบกันมากนัก พวกเขาสามคนพ่อลูกจึงสนทนากันราวกับสหายสนิทมาโดยตลอด

เหล่าคนรับใช้ต่างมองหน้ากันไปมาด้วยความเลิ่กลั่ก 

ตายแล้ว!!! ไม่ปกติทั้งจวน 

จ้าวไป๋ลู่หยุดหัวเราะ ก่อนจะเอ่ยด้วยท่าทีเป็นการเป็นงาน 

"ใช่แล้วท่านพ่อ น้ำแกงสูตรนี้จะช่วยทำให้ท่านและพี่ใหญ่ แข็ง!!! อุ๊ย ร่างกายแข็งแรงเจ้าค่ะ วะฮ่า ๆ ๆ ๆ" 

"พ่ออยากจะลองกินเสียเดี๋ยวนี้ ฮิ ๆ ๆ ๆ"

จ้าวเยียนและจ้าวเฉียนหันมาสบตากันก่อนจะปิดปากหัวเราะคิกคัก หลิวอิ๋งผู้เป็นมารดาที่กำลังเดินเข้ามาพอดี เมื่อเห็นท่าทีของคนทั้งสามก็ขมวดคิ้วมุ่น

"ทั้งสามคนน่ะ!!! กำลังพูดคุยเรื่องไม่เป็นเรื่องกันอยู่ใช่หรือไม่!!!" 

สามคนพ่อลูกต่างเงียบปากมิเอ่ยสิ่งใดขึ้นมาอีก ฮูหยินหลิวอิ๋งเดินเข้ามานั่งบนเก้าอี้พร้อมกับสั่งให้บ่าวไพร่จัดสำรับวางบนโต๊ะ ก่อนจะหันมาเอ่ยกับจ้าวไป๋ลู่ 

"ยามนี้เจ้าก็เติบโตเป็นสตรีเต็มวัยแล้ว เมื่อสามวันก่อน องค์หญิงหงลี่ สหายสนิทของแม่ ส่งจดหมายมาที่จวนของพวกเรา พระองค์ตรัสว่าอยากจะเชิญเจ้ากับแม่ไปชมดอกเหมยที่จวนโหว เจ้าเตรียมตัวให้ดีเล่า" 

"เจ้าค่ะท่านแม่" 

"จำไว้ อย่าส่งเสียงหัวเราะส่งเดช" 

"ท่านแม่ ก็ข้าอารมณ์ดีนี่เจ้าคะ!!!" 

"เจ้านี่มัน!!! ไป ๆ รีบไปช่วยแม่ยกขนมหวานในโรงครัวออกมาทีเถิด ใกล้จะเลยเวลาอาหารเย็นแล้ว" 

"เจ้าค่ะ" 

ในขณะที่นางและจ้าวไป๋ลู่กำลังจะลุกขึ้น จ้าวเยียนและจ้าวเฉียนก็ตั้งท่าจะลุกเช่นเดียวกัน 

"พวกท่านสองพ่อลูกจะไปที่ใดกันอีก!!!"

บทถัดไป